School of Life
posted on 11 May 2008 02:02 by iambew in Me, SociaLณ วันนี้มันยังไม่สายเกินไป ที่จะเรียนรู้ รับรู้ แล้วแก้ไข แต่ถ้าเรียนรู้ รับรู้ แต่ไม่แก้ไข - ก็คงหมดปัญญา และ หมดใจ ที่จะอยู่เพื่อให้โอกาส
ใครใครก็รักตัวเองทั้งนั้น เรื่องบางเรื่องมันเป็นความเห็นแก่ตัว ความรักสนุก และความไม่คิดอะไรเลยของคนจำพวกหนึ่ง แต่เมื่อวันหนึ่งผลลัพธ์ของการกระทำในคราวนั้น
มันเฉลย มันเปิดเผยออกมา ก็ควรจะที่ "รับผิดชอบ" กันหน่อย แมนแมนกันบ้าง อย่าให้เสียชาติเกิดที่เกิดเป็นชายแท้แต่เกลียดกระเทย เพราะทำแบบนี้มันก็ไม่ควรจะที่ไปเกลียดเค้า !!
ปากบอกอย่าง สมองคิดอย่าง การกระทำทำอย่าง แล้วใครมันจะเชื่อใจได้ทุกครั้ง - แม้ว่าจะโง่อยู่แล้ว เจอแบบนี้ก็โง่มากกว่าเดิม รวมถึงทุกวันนี้ก็ยังคงโง่อยู่
ไม่รู้จะเห็นแก่ตัว หรือ อยากมีโลกส่วนตัวสูงขนาดไหน แต่ถ้าต่อจากนี้ยังที่จะเป็นแบบนี้อยู่ ก็อยู่คนเดียวไปเถอะคับ พี่น้อง แม้ว่าจะโง่ แต่ความอดทนมันมีขีดสุดนะคับ
แล้วเป็นคนแบบนั้น พยายามบอกก็แล้ว เตือนก็แล้ว แต่ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่ ไม่ว่าในอนาคตจะเจอใคร อยากรู้นัก ว่าจะมีสักกี่คนที่จะทนและยอมรับได้
ถ้าวันหนึ่งเดินออกจากชีวิตไป วันนั้นก็คงรู้สึกตัว ว่าตัวเองเป็นคนยังไง และประสบการณ์ความรัก การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นอื่นในสังคมมันเป็นยังไง แล้วควรจะดำเนินไปในทางไหน
การที่ต้องสวมหมวกหลายหลายใบ มีหลายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในเวลาเดียวกันมันกดดันแค่ไหน ถ้าวันนี้ยังรับเรื่องราว เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้ ก็เหมือนเป็น "นกน้อยในกรงทอง" แล้วล่ะ
ไม่มีใครช่วยได้เรื่องแบบนี้ นอกเสียจากต้องเรียนรู้เอง ปรับสภาพจิตใจด้วยตัวเอง "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" เคยได้ยินไหม ลองทำดูสิ มันไม่ยากนักหรอก
การที่จะใช้ชีวิตตามกระแสสังคม หรือ ตามจังหวะชีวิตนั้นมันไม่ผิดอะไร แต่ควรรู้ และ มีจุดยืนของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ไหลไปที่ที่ไม่ควรไป ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
การกระทำทุกอย่างไม่ว่าจะดี - ร้าย ย่อมมีผลลัพธ์ตามมาอยู่เสมอ ... ตอนทำน่ะไม่คิด พอเจอผลถึงกับวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ไม่เคยคาดหวัง ไม่เคยคิดว่าจะดี จะเลว จะร้าย จะติ๊ด ขั้นไหน เพราะว่าวันหนึ่งก็ต้องรู้อยู่ดีว่ามันยังไง "สันดาน" คนเรายังไงมันก็ไม่เปลี่ยนหรอก จริงไหม??
มันก็เป็นเพียงแค่คำพูดที่อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่เลือกที่จะฟัง แต่ไม่เลือกที่จะเชื่อในทันที ไม่มีเหตุผลว่าเพราะอะไร "ไม่เชื่อ" มันมีความหมายด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว
เรื่องราวในอดีตมันจะโหดร้ายเลวร้าย แย่ย่ำ แค่ไหน รับรู้ และ "จำ" ไว้ แล้วถ้าวันหนึ่งมีเรื่องราวที่โหดร้าย ย่ำแย่เกิดขึ้น ก็ควรรู้ไว้ว่า "รักตัวเอง" ไง มันถึงเกิดขึ้น
กล้าที่จะรัก แต่ไม่กล้าที่จะเจ็บ ก็อยู่ในโลกที่มัน "หลอกลวง และสวยงาม" ต่อไปแล้วกัน ถ้าไม่"เริ่ม"ที่ก้าวเดินออกมาเพื่อรับรู้ เรียนรู้ ว่าโลกแห่งความจริงมันโหดร้ายเลวร้ายแค่ไหน
ก็คงจะไม่รู้จักคำว่า "เข้มแข็ง" หรือหาวิธีการแก้ปัญหาที่มัน "ดี" กว่านี้ เพราะในเมื่อไม่เคยที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา อุปสรรคต่างต่าง ตรงกันข้ามกลับวิ่งหนี หลบเลี่ยง
หนีปัญหาหนึ่งครั้ง เท่ากับ สร้างปัญหาขึ้นมาอีกหนึ่งครั้งใหญ่ใหญ๋ เพราะมันบวกค่าเสียเวลา ชาร์จภาษีชีวิตของคนอื่นไป มันก็เป็นธรรมดาที่ปัญหามันย่อมหนักกว่าเก่าเป็นแน่แท้
แล้วไง ... ปล่อยมันไปงั้นหรอ ปล่อยให้มันไหลไปตามจังหวะของชีวิตเหมือนเดิมงั้นหรอ นี่อายุเท่าไรแล้ว แต่ความคิด ความกลัวเหมือนเด็กที่ต้องย้ายโรงเรียน
ใครกันแน่ที่เพี้ยน ใครกันแน่ที่ยังไม่โต ใครกันแน่ที่ไม่ฉลาด ใครกันแน่ที่ต้องเรียนรู้ชีวิต และสังคม อีกเยอะ
วันนี้จะให้โอกาสอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ใคร แต่อยากที่จะเข้มแข็งให้มากขึ้น อยากรู้ว่าความอดทนที่มีมันมากกว่านี้ได้อีกไหม ธรรมะในใจจะกล่อมเกลาหัวใจให้แข็งแกร่งกว่าเดิมได้ไหม
เรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะดี เลว ติ๊ด ขนาดไหน ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สอนให้เดิน สอนให้เจ็บ สอนให้เข้มแข็ง และ แข็งแกร่ง
นี่แหละ "โรงเรียนชีวิต ที่มันต้องแลกมาด้วย บทเรียนของชีวิต"